ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ
ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวจ้าวอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน
พิจิตร เมืองพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง
ไกรทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า
"เมืองงาม" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก
มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน
พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่
ในสมัยสุโขทัยปรากฎในศิลาจารึกหลักที่1ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลา
จารึกหลักที่8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง"
ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย
ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองโอฆบุรี" ซึ่งแปลว่า
"เมืองในท้องน้ำ"
นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
พระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ
สมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก
แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่นๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5
ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่
ลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป
ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง
ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา
จังหวัดพิจิตรมีเนื้อที่ 4,531.013 ตารางกิโลเมตร
มีความยาวจากทิศเหนือจดใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร
ความกว้างจากทิศตะวันออกจดทิศตะวันตกประมาณ 72 กิโลเมตร
แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอสามง่าม อำเภอตะพานหิน
อำเภอบางมูลนาก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอวังทรายพูน
อำเภอทับคล้อ อำเภอวชิรบารมี อำเภอสากเหล็ก อำเภอคงเจริญ และอำเภอบึงนาราง ข้อมูลการเดินทางของ จ. พิจิตร
รถยนต์
เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข
32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์ - ชุมแสง -
บางมูลนาก - ตะพานหิน - พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 1118)
เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทางประมาณ 345 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข
32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
แยกเข้าสู่เส้นทางตากฟ้า - เขาทราย - สากเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 11)
และเข้าสู่จังหวัดพิจิตรที่กิ่งอำเภอสากเหล็ก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 111)
รวมระยะทางประมาณ 344 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข
32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
แยกเข้าสู่เส้นทางสายตากฟ้า - เขาทราย (ทางหลวงหมายเลข 11)
แยกเข้าเส้นทางเขาทราย - ตะพานหิน (ทางหลวงหมายเลข 113)
แยกเข้าเส้นทางตะพานหิน - พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 113)
เข้าสู่จังหวัดพิจิตร ระยะทางประมาณ 338 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข
32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์ - พิษณุโลก
(ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงอำเภอสามง่าม แยกเข้าเส้นทางสามง่าม - พิจิตร
(ทางหลวงหมายเลข 115) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 360 กิโลเมตร
รถไฟ
การรถไฟ
แห่งประเทศไทย มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไป - กลับ กรุงเทพฯ - พิจิตร
ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2220 4334, 0 2220
4444,1690 หรือ www.railway.co.th สถานีรถไฟพิจิตร โทร. 0 5661 2136
รถโดยสารประจำทาง
มีรถโดยสารประจำทางทั้งปรับอากาศและธรรมดา ไป - กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ
- พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852-66 หรือwww.transport.co.th สถานีขนส่งพิจิตร โทร. 0 5661 1622
การคมนาคมภายในตัวจังหวัด จ.พิจิตร
การเดินทางจากอำเภอเมืองพิจิตรไปยังอำเภอต่าง ๆ
| อำเภอเมือง |
- กิโลเมตร |
| อำเภอสามง่าม |
18 กิโลเมตร |
| อำเภอสากเหล็ก |
20 กิโลเมตร |
| อำเภอโพธิ์ประทับช้าง |
25 กิโลเมตร |
| อำเภอวชิรบารมี |
26 กิโลเมตร |
| อำเภอตะพานหิน |
28 กิโลเมตร |
| อำเภอวังทรายพูน |
31 กิโลเมตร |
| อำเภอทับคล้อ |
44 กิโลเมตร |
| อำเภอบางมูลนาก |
50 กิโลเมตร |
| อำเภอโพทะเล |
66 กิโลเมตร |
| อำเภอดงเจริญ |
78 กิโลเมตร |
| อำเภอบึงนาราง |
86 กิโลเมตร |
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
ศาลากลางจังหวัด โทร. 0 5661 1199, 0 5661 2319
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5661 1611
ที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร โทร. 0 5661 1147
สถานีตำรวจภูธร โทร. 0 5661 3436
โรงพยาบาลพิจิตร โทร. 0 5661 1355, 0 5661 1230
สถานีรถไฟ โทร. 0 5661 2136
สถานีขนส่ง โทร. 0 5661 1622
สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร โทร. 0 5661 1206
Link ที่น่าสนใจ
สำนักงานจังหวัดพิจิตร
http://www.phichit.go.th |